ขอนแก่น-เตือนปิดเทอมฤดูร้อนเสี่ยงจมน้ำย้ำผู้ปกครองอย่าปล่อยเด็กเล่นน้ำลำพัง

ขอนแก่น-เตือนปิดเทอมฤดูร้อนเสี่ยงจมน้ำย้ำผู้ปกครองอย่าปล่อยเด็กเล่นน้ำลำพัง

สำนักงานป้องกันควบุคมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น (สคร.7) เตือนประชาชน ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน ระหว่างเดือนมีนาคม–พฤษภาคมของทุกปี เป็นช่วงที่มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงที่สุด โดยเฉพาะเดือนมีนาคมที่มีสถิติสูงสุดของปี รองลงมาคือเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงปิดภาคเรียนเช่นกัน เผยข้อมูลด้านสาธารณสุขพบ “การจมน้ำ” เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี เมื่อเทียบกับทุกสาเหตุ ถึงแม้แนวโน้มการเสียชีวิตจะลดลง แต่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

ดร.นพ.หิรัญวุฒิ แพร่คุณธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จ.ขอนแก่น เปิดเผยสถานการณ์ในเขตสุขภาพที่ 7 ซึ่งครอบคลุม จ.ร้อยเอ็ด จ.ขอนแก่น จ.มหาสารคาม และจ.กาฬสินธุ์ พบว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2564–2568) มีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำในเดือนเมษายนรวมทั้งสิ้น 776 ราย โดย จ.ขอนแก่นมีจำนวนสูงสุด 316 ราย รองลงมาคือ จ.ร้อยเอ็ด 188 ราย จ.กาฬสินธุ์ 160 ราย และจ.มหาสารคาม 160 ราย

“นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 12–15 เมษายนของทุกปี พบผู้เสียชีวิตรวม 52 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย กลุ่มอายุที่เสียชีวิตสูงสุดคือผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมาคือกลุ่มอายุ 50–59 ปี และเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยสาเหตุหลักเกิดจากการลงเล่นน้ำ รองลงมาคือ การประกอบอาชีพ เช่น หาปลา หาหอย หรือเก็บผักในแหล่งน้ำ รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนลงน้ำ ขณะที่แหล่งน้ำที่เกิดเหตุบ่อยที่สุด ได้แก่ แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร หนองน้ำ คลอง และแหล่งน้ำธรรมชาติ รองลงมาคือ เขื่อน ฝาย และอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำที่อยู่รอบชุมชน ซึ่งยังขาดการแจ้งเตือน ด้านความปลอดภัยอย่างเหมาะสม” ดร.นพ.หิรัญวุฒิกล่าว

 

ดร.นพ.หิรัญวุฒิกล่าวอีกว่า การป้องกันการจมน้ำต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชุมชนและผู้ปกครอง ควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เล่นน้ำตามลำพัง เด็กเล็กต้องอยู่ในระยะที่สามารถเอื้อมถึงได้ทันที พร้อมทั้งส่งเสริมให้ชุมชนร่วมกันจัดการแหล่งน้ำเสี่ยง เช่น การทำรั้วกั้น ติดตั้งป้ายเตือน และจัดเตรียมอุปกรณ์ช่วยชีวิตไว้ใกล้แหล่งน้ำ เช่น ไม้ไผ่ เชือก ท่อ PVC หรือแกลลอนพลาสติกที่ลอยน้ำได้

 

“รวมทั้ง ควรส่งเสริมให้เด็กและประชาชนเรียนรู้การว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด ทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) รวมทั้งวิธีช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างถูกต้องด้วยหลัก “ตะโกน โยน ยื่น” คือ ตะโกนเรียกคนช่วย โยนอุปกรณ์ให้เกาะ และยื่นอุปกรณ์ให้จับ โดยไม่กระโดดลงไปช่วยเอง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียทั้งผู้ประสบเหตุและผู้ช่วยเหลือ ทั้งนี้ หากพบเหตุฉุกเฉินสามารถโทรแจ้งสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที” ดร.นพ.หิรัญวุฒิกล่าวในที่สุด

Related posts